สถานที่ท่องเที่ยวไทย

baanpeuan

แนะนำนครสาบสูญที่น่าค้นหามากที่สุดในโลก

เส้น
             เมืองที่เคยรุ่งเรืองในอดีตอาจจะกลายเป็นเมืองหายสาบสูญหรือกลายเป็นเมืองร้างได้ด้วยสาเหตุหลายประการ อาจจะเป็นเพราะสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือแม้แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป วันนี้เราขอแนะนำ นครสาบสูญที่น่าค้นหามากที่สุดในโลก ใครชอบความโบราณความเก่าแก่ ต้องสนใจแน่ๆ มีที่ไหนบ้างไปดูกัน

เส้น

  • Herculaneum, Italy

Herculaneum, Italy

เป็นเมืองที่มีชะตากรรมแบบเดียวกับปอมเปอี ที่สูญหายไปกับธารลาวาและเถ้าถ่านจากภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อปี ค.ศ. 79 เพิ่งถูกค้นพบเมื่อประมาณ 300 ปีก่อนและยังคงเป็นขุมทรัพย์สำหรับนักโบราณคดี สิ่งที่น่าหลงใหลที่สุดคือม้วนหนังสือหลายร้อยเล่มที่พบใน Villa dei Papiri ซึ่งเป็นข้อความจากห้องสมุดโบราณเพียงแห่งเดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน

เส้น

  • Angkor, Cambodia

Angkor, Cambodia

วัดโบราณที่สร้างด้วยศิลามีต้นไม้ใหญ่เจริญเติบโตจนรากเลื้อยมาปกคลุมชวนให้หลงใหลไปกับความลึกลับ และความรุ่งเรืองของอาณาจักรขอมในวันวาน งานวิจัยชิ้นล่าสุดสันนิษฐานว่านครวัครอบคลุมพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 3000 ตารางกิโลเมตร และเคยมีประชากรอยู่เกือบหนึ่งล้านคน แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจนส่งผลต่อระบบประปา ทำให้คนเริ่มละทิ้งถิ่นฐานไปเมื่อราว ๆ 500 ปีก่อน

เส้น

  • Palenque, Mexico

Palenque, Mexico

ขุมสมบัติของนักโบราณคดีแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เชิงเขาเชียปัสทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ 100 ปีก่อนคริสตศักราช และอีก 500 ปีต่อมาก็กลายเป็นศูนย์กลางอารยธรรมมายัน ในช่วงกลางศตวรรษที่ 8 ได้เกิดสงครามขึ้นระหว่างสองนครมายันคือ Palenque กับ Toniná หลังจากนั้นเมืองเลยถูกทิ้งร้างไว้กลางป่ามาจนถึงทุกวันนี้

เส้น

  • Taxila, Pakistan

Taxila, Pakistan

เมืองตักศิลา ก่อตั้งขึ้นโดยกษัตริย์อินเดียในช่วยศตวรรษที่ 7 และทำหน้าที่เป็นเมืองศูนย์กลางด้านศิลปวิชาการแห่งดินแดนชมพูทวีปก่อนจะแตกสลายไปหลังจากการครอบครองของผู้บุกกรุกชาวกรีก ทุกวันนี้ยังมีซากปรักหักพังของสถูปเจดีย์ และประติมากรรมต่าง ๆ ให้ได้ชม

เส้น

  • Carthage, Tunisia

Carthage, Tunisia

หลังจาก 900 ปีที่แห่งความยิ่งใหญ่ไปทั้งแอฟริกาเหนือและยุโรปตอนใต้ สุดท้ายต้องพ่ายแพ้แก่อาณาจักรโรมัน และแม้ต่อมาชาวโรมันจะพาเมืองคาร์เธจกลับมาสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้ง ในท้ายที่สุดก็มาโดยทำลายอีกรอบโดยมุสลิมอาหรับ ทุกวันนี้ยังพอมีซากปรักหักพังของห้องอาบน้ำโรมัน วัด และวิลล่าหลงเหลืออยู่

เส้น

  • Skara Brae, Scotland

Skara Brae, Scotland

ดูเหมือนที่นี่จะเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มากกว่าที่จะเป็นเมืองใหญ่ เป็นชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็กที่มีอายุมากกว่า 5,000 ปี ถูกค้นพบในปี 1850 หลังจากพายุป่าเผยให้เห็นกองหิน และเมื่อขุดค้นดูจึงพบ่ามีกระท่อมหินอย่างน้อยแปดหลังพร้อมเตียง เตา และชั้นวางของ มีสมมุติฐานว่าสาเหตุที่คนอพยพออกจากตรงนี้เป็นเพราะชายฝั่งถูกน้ำกัดเซาะ และยังคงเป็นปัญหาใหญ่มาจนถึงตอนนี้

เส้น